นิทรรศการศิลปะ “Pattani Crossover”

Published by hybridart on

นิทรรศการศิลปะ 
“Pattani Crossover”

ตะวัน วัตุยา (Tawan Wattuya) และ แดเนี่ยล โลเปซ (Daniel López)
จัดแสดงระหว่างวันที่ 12 มกราคม – 11 มีนาคม 2562
ณ Patani Artspce & Contemporary Arts Gallery

เกี่ยวกับ ตะวัน วัตุยา

ตะวัน วัตุยา เกิดที่กรุงเทพฯ เมื่อปี พศ 2516 จบการศึกษาจากคณะจิตรกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร ตะวันเป็นศิลปินรุ่นใหม่ที่มีชื่อเสียงในฝีมือการใช้เทคนิคในการวาดภาพสีน้ำที่ไม่เหมือนใครและการแสดงออกทางความคิดเป็นศิลปะเชิงวิพากษ์และเสียดสีสังคม เขาเลือกใช้เทคนิคสีน้ำในการทำงานศิลปะเป็นส่วนใหญ่ ผลงานของเขาสะท้อนความเป็นพลวัตของสังคมไทยและการค้นคว้าหาความหมายของความแตกต่างของผู้คนในวัฒนธรรมแบบไทยๆที่ถูกบดบังด้วยกำแพงที่ทึบหนาเต็มไปด้วยความซับซ้อนยากจะหยั่งถึง
การวาดภาพสีน้ำของตะวันนั้นงดงามราวบทกวี แต่ก็เต็มไปสาระทางความคิด ที่สะท้อนความคิดเชิงวิพากษ์สังคมให้เห็นถึงความหยาบหนาอันจริงแท้ของมนุษย์ภายใต้เปลือกสวยงาม ร่ำร้องหาศีลธรรมอันดีงาม กลับเต็มไปด้วยจิตพร้อมแก่งแย่ง คดโกง ความมือถือสากปากถือศีลของผู้คนในสังคมในยุคโลกาภิวัฒน์

ในช่วงสิบปีหลังของชีวิตของตะวัน ที่ออกแสวงหาประสบการณ์จากการเดินทางไปร่วมทำงานศิลปะและได้รับโอกาสเข้าร่วมแสดงผลงานเดี่ยวและงานแสดงกลุ่มร่วมกับศิลปินชั้นนำหลายเชื้อชาติในหลายๆประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นยุโรป, สหรัฐอเมริกา, เมริกาใต้, ออสเตรเลีย, ตลอดจนประเทศต่างๆในแถบเอเชีย ตะวันได้นำเสนอภาพบ้านเกิดผ่านเรติน่าของเขา ผสมผสานกับประสบการณ์ที่ได้เห็น ได้รับรู้จากมุมมองของเพื่อนศิลปินและผู้คนต่างชาติต่างภาษาจากหลากทวีป ทำให้งานของตะวันเปี่ยมล้นด้วยพลัง ซับซ้อนและลึกซึ้งหลากหลายมิติ
สำหรับผลงานครั้งนี้ ตะวันเลือกใช้วาดภาพสีน้ำพอร์เทรตผู้คนในสองจังหวัดสองประเทศ ทั้งต่างเพศหลากวัยและศาสนา เพื่อสะท้อนถึงความมีอยู่ถึงจิตวิญญาณของแต่ละปัจเจกบุคคล

เกี่ยวกับ แดเนี่ยล โลเปซ

แดเนี่ยล โลเปซ เกิดเมื่อปี 2513 เป็นชาวสเปนโดยกำเนิด เติบโตที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ จบการศึกษาระดับปริญญาตรีทางด้านการท่องเที่ยวและทำงานในสายการบินแห่งหนึ่งถึง 12 ปี ก่อนที่จะตัดสินใจทิ้งทุกอย่างไว้ที่บ้านเกิด เพื่อออกเดินทางค้นหาตัวตนท่องเที่ยวไปตามประเทศต่างๆแถบเอเชีย รวมทั้งประเทศไทย ก่อนจะค้นพบความสุขที่แท้จริงของตนเองจากการเป็นผู้ถ่ายทอดความงามทางศิลปะผ่านเลนส์กล้อง จึงเข้าศึกษาต่อปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยศิลปะโอกินาวาด้านวิช่วลอาร์ต และเริ่มต้นทำงานศิลปะด้วยวิธีอันเป็นแบบฉบับเฉพาะตัว นับจากนั้นแดเนี่ยลได้ตกลงใจปักหลักฐานที่เกาะโอกินาว่า

ผลงานภาพถ่ายของแดเนี่ยลได้รับการตีพิมพ์ไปแล้วสามเล่ม ภายใต้คอนเซปต์ “Okinawa Facades” นอกจากจะเป็นช่างภาพแล้ว และทำงานกำกับภาพศิลป์ให้กับนิตยสารเกี่ยวกับศิลปะและดนตรีท้องถิ่นโอกินาวา “The Okinawan” นอกจากนี้ แดเนี่ยลมีความสนใจในศิลปะบำบัดและการแสดงออกเชิงศิลปะ จึงร่วมเป็นสมาชิกของ Playback Theatre Company และเป็นผู้ประสานงานให้กับ Kijimura Festa ซึ่งเป็นโรงจัดมหรสพการแสดงเพื่อคนรุ่นใหม่ในโอกินาว่าด้วย
เพื่อสร้างเวทีแลกเปลี่ยนความคิดและวัฒนธรรม แดเนี่ยลจัดตั้งสมาคม Jura Okinawa เพื่อจัดแสดงงานศิลปะและรองรับศิลปินแลกเปลี่ยนจากนานาประเทศทั่วโลกกับโอกินาว่า

 ‘Pattani Crossover’ เพื่อค้นหาความหมายของความแตกต่างของคนจังหวัดใต้สุดของสองชาติ–

จากมิตรภาพจากสองศิลปินต่างเชื้อชาติ ต่างภาษาและต่างแขนงที่มาพานพบกัน ณ จุดหนึ่งของชีวิต ณ สถานที่แห่งหนึ่ง ความสัมพันธ์งอกงามถึงแม้ว่าความแตกต่างทางภาษาจะยิ่งใหญ่ ทั้งคู่ก้าวข้ามแล้ววันหนึ่ง เมื่อสองศิลปินที่ต่างก็มีดำเนินชีวิต สร้างสรรค์ผลงานในรูปแบบของตนเองก็ตัดสินใจที่จะนำความแตกต่างไร้เส้นขีดขนานให้ออกสู่สายตาของผู้คนภายนอกผ่านงานศิลปะ

ตะวัน วัตุยาก้าวเท้าออกนอกประเทศเป็นครั้งแรก เมื่อไปเยี่ยมเยือนเพื่อสนิทต่างชาติ แดเนี่ยล ศิลปินชาวสวิสที่ย้ายถิ่นฐานมาอยู่ ณ เกาะโอกินาวา เกาะใต้สุดของประเทศญี่ปุ่น เมื่อสิบปีที่แล้ว ความประทับใจและผูกพันกับชาวญี่ปุ่นพื้นถิ่นโอกินาวา วัฒนธรรมในแบบฉบับโอกินาวาที่คุณจะไม่มีวันเห็นที่ไหนในญี่ปุ่น ความผูกพันเกิดขึ้นอย่างประหลาดระหว่างตะวันกับชาวพื้นเมืองโอกินาวา เขาท่องเดินไปตามมุมต่างๆของเกาะและเริ่มต้นวาดภาพพอร์เทรตผู้คนเหล่านั้น มีทั้งชาวประมง นักเรียน คนหนุ่มสาว คนชราอายุร้อยปี ในอิริยบถต่างๆ ด้วยความตื่นตาตื่นใจ
ความประทับใจในมิตรภาพบนความแตกต่างระหว่างตะวันกับแดเนี่ยล และความประทับใจที่มีต่อความแตกต่างระหว่างคนญี่ปุ่นทั่วไปกับคนญี่ปุ่นเชื้อสายโอกินาวา นำมาซึ่งความคิดของทั้งสองที่ต้องการสร้างงานศิลปะคู่กัน เป็นงาน Duo Exhibition และนั่นจึงกลายเป็นที่มาของการเดินทางอีกครั้งของแดเนี่ยล ครั้งนี้เพื่อมาพบตะวันและพากันเดินทางไปยัง ปัตตานี หนึ่งในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้สุดของประเทศไทย
ที่ปัตตานี ทั้งแดเนี่ยลและตะวันได้ค้นพบกับความงามของความแตกต่าง มองเผินๆอาจแตกต่างกันที่ภาษาและที่ตั้ง ศาสนา แต่ในความต่างนั้น ทั้งคู่ได้พบกับความบริสุทธิ์และอารยะแห่งปัตตานี วิถีแบบไทยที่แตกต่างจากผู้คนในจังหวัดอื่นๆของไทยอย่างสิ้นเชิงเฉกเช่นเดียวกับที่คนโอกินาวาแตกต่างจากชาวญี่ปุ่นทั่วไป ร่องรอยชีวิตและความเปลี่ยนผ่านทางสังคมโลกไม่สามารถทำลายสายใยทางวัฒนธรรมของชาวใต้สุดของทั้งสองประเทศ แต่ความงามที่สามารถมาบรรจบกันท่ามกลางความแตกต่างนั้นมีอยู่ทั้งคู่ได้เลือกที่จะใช้เทคนิคการทำงานศิลปะในรูปแบบเฉพาะทางของตนเอง เพื่อสร้างจุดร่วมและสะท้อนความหมายของความสวยงามบนความแตกต่างที่เหมือนกัน