นิทรรศการ “จากเส้นเป็นศิลป์” ครั้งที่ 6

Published by hybridart on

นิทรรศการ “จากเส้นเป็นศิลป์” ครั้งที่ 6

กลุ่มศิลปินบ้านจิตรกรรม
จัดแสดงระหว่างวันที่ 2 – 29 พฤศจิกายน 2561
และจะมีพิธีเปิดในวันเสาร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2561 เวลา 18.00 น.
ณ หอศิลป์ต้นตาล : TonTann ArtSpace and Gallery

เกี่ยวกับศิลปิน
     Nazareno Biondo นาซาเรโน บิออนโด (เกิดที่เมืองตูริน ในปี พ.ศ.2528) สำเร็จการศึกษาด้านศิลปะจากสถาบันวิจิตรศิลป์ “อัลแบร์ตีนา” ของเมืองตูริน ประเทศอิตาลี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 เขาได้เข้าร่วมการสัมนาวิชาการด้านประติมากรรมทั้งระดับชาติและระดับสากล รวมทั้งได้รับรางวัลในการประกวดแข่งขันและการสร้างสรรค์ประติมากรรมต่างๆ ในปี พ.ศ. 2555 เขาได้เปิดสตูดิโอของตนเองขึ้น โดยสร้างสรรค์ชิ้นงานต่างๆ จากหินอ่อน วัสดุ และแม่พิมพ์แบบหล่องานประติมากรรมของเขา เพื่อค้นคว้าหาความสมบูรณ์ของรูปแบบและความคิดในการออกแบบสร้างสรรค์

แนวคิด
     ความปิติสุขที่โหยหาจากความงามที่ปรากฏอยู่ในความเสื่อมสลายทั้งหมดในตัวเองอันน่าทึ่ง โดยปราศจากความรู้สึกหลงใหลในความงามมาบดบังจิตใจในมือของนาซาเรโน บิออนโด หินอ่อนจะกลายเป็นภาพสะท้อนเกี่ยวกับเวลา และแนวคิดเกี่ยวกับการทิ้งขว้าง โดยได้รับแรงบันดาลใจทั้งจากสิ่งของต่างๆที่ใช้กันทั่วไป และจากสิ่งที่เป็นสัญลักษณ์ของการบริโภคในยุคปัจจุบัน ภายใต้บังคับแห่งกฏของสิ่งเหล่านั้น

ทัศนะของนาซาเรโน บิอนโด
     ความรู้สึกของศิลปิน ส่วนใหญ่มักจะถูกครอบงำจากสิ่งต่างๆรอบตัวเขา พฤติกรรมที่ชั่วร้าย การบริโภค และการสูญเปล่าของสังคมร่วมสมัยรวมถึงปัญหาทั้งหมดที่เกี่ยวเนื่องกัน ได้ถูกสะท้อนออกมาเป็นเนื้อหาในงานของผม วัตถุธรรมดาทั่วไป เช่น ก้นบุหรี่ หรือกระป๋องที่บู้บี้ ที่แสดงออกในมิติกว้าง ถูกทำให้ไร้กาลเวลาโดยใช้วัสดุชั้นสูงที่ผมได้นำมาแกะสลัก เช่น หินอ่อนของเมืองคาราร่า ชิ้นงานเหล่านี้แสดงออกถึงอารมณ์ร่วมได้ดี ในความรู้สึกว่าถูกใช้ เพื่อจุดประสงค์บางอย่าง หลังจากนั้นก็ถูกทิ้งขว้าง โยนทิ้ง มันเป็นความรู้สึกร่วมของปัจเจกบุคคลในสังคมของเราที่ชอบทำลายและที่ไม่เชื่อคุณค่าของสิ่งใด จากก้อนหินอ่อนสีขาวขนาด 15 ตัน โดยใช้เครื่องมือสิ่วและแผ่นเจียระไนหินเพชร ผมกำลังแกะสลัก รถยนต์เฟี๊ยต รุ่น 500 เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของสถานที่ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สัญลักษณ์ของเวลา เมื่อครั้งที่เรายังคงสามารถเลือกชะตากรรมของคนรุ่นผมได้ สัญลักษณ์ของเวลาในอดีต จะเห็นได้อย่างชัดเจน ซึ่งเปรียบเสมือนพยานหลักฐานในความเสียสละที่ผู้ที่เรารักได้สร้างขึ้นในเวลานั้น และยังคงเป็นอยู่ซ้ำๆเช่นนั้นผ่านกาลเวลา ผ่านรุ่นต่อรุ่นชิ้นงานมีลักษณะกลวงข้างใน เมื่อเอาประตูออก ผมจะเข้าไปในก้อนหินอ่อน เพื่อทำให้คุณค่าทั้งหมดของมันว่างเปล่า หากเราต้องการที่จะสื่อสารบางอย่างโดยผ่านศิลปะ โดยเฉพาะ ผ่านงานประติมากรรม ผมเลือกที่จะเน้น ด้วยตาที่วิพากย์วิจารณ์ เพื่อสื่อว่าการละทิ้งวัฒนธรรมของการสิ้นเปลืองสูญเปล่า เพื่อหันสู่วัฒนธรรมของการนำกลับมาใช้ใหม่ นั้นสำคัญอย่างไรและด้วยเหตุดังกล่าว ผมจึงใช้เศษเล็กเศษน้อยของชิ้นงานประติมากรรมที่ยิ่งใหญ่ เพื่อให้เป็นตัวแทนของสิ่งที่สูงค่า เช่น เงินสินบน และทองคำแท่งแว่นตา หน้ากาก รายละเอียด และความคิดใคร่ครวญ เกี่ยวกับชีวิตในแต่ละวัน และวัฒนธรรมหมู่ของตะวันตก ได้แผ่กระจายซึมซับอยู่ในผลงานศิลปะของผม ไม่มีอะไรในผลงานของผม เช่นเดียวกับที่ไม่มีอะไรบนโลกที่เราอาศัยอยู่นี้ ที่ควรจะถูกปล่อยให้สิ้นเปลืองสูญเปล่า และด้วยเหตุดังกล่าว ผมจึงใช้เศษเล็กเศษน้อยของชิ้นงานประติมากรรมที่ยิ่งใหญ่ เพื่อให้เป็นตัวแทนของสิ่งที่สูงค่า เช่น เงินสินบน และทองคำแท่งแว่นตา หน้ากาก รายละเอียด และความคิดใคร่ครวญ เกี่ยวกับชีวิตในแต่ละวัน และวัฒนธรรมหมู่ของตะวันตก ได้แผ่กระจายซึมซับอยู่ในผลงานศิลปะของผม ไม่มีอะไรในผลงานของผม เช่นเดียวกับที่ไม่มีอะไรบนโลกที่เราอาศัยอยู่นี้ ที่ควรจะถูกปล่อยให้สิ้นเปลืองสูญเปล่า